แสงแรก .. ของเช้าวันที่ 13-2-2554 (ปราณบุรี)
 
นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้มาที่นี่ .. 
 
 
 
 
หอมกลิ่นลมหวานไหวในยามเช้า หมอกบางเบากลับไร้เหงาในรู้สึก
ตื่นลืมตาจากรอยฝันอันคิดนึก ในส่วนลึกส่งแย้มยิ้มมาทักทาย
สวัสดีจ้ะ ลมไหวในยามเช้า ฉันวางงาน หนัก-เบาบ้างเหนื่อยหน่าย
ปลีกเรื่องราวจากเมืองกรุงอันมากมาย มายิ้มให้กับทะเลที่แสนงาม ..
 
 
 
 
เกลียวคลื่นโอบกอดเม็ดทราย มิเคยหน่ายเจ้าทะเล
โอละเห่กลับอบอุ่น ดั่งเติมทุนไร้คำถาม
รักเจ้าเป็นหนักหนา คราชิดใกล้ในโมงยาม
เคยครั่นคร้ามบ้างไหม ในช่วง ละล่วง แห่งเวลา ..
 
 
 
 
ที่จริง .. ฉันเรียงเปลือกหอยเป็นรูปหัวใจ "ไว้ให้เธอ"
แล้วเกลียวคลื่นดั่งคำละเมอ ก็สาดซัดเข้าหา
ฉันเลยถ่ายภาพเก็บไว้แทนแววตา
เพื่อจะบอกกับเธอว่า "รักนะเออ"
...
ภาพถ่ายฉ็อตนี้ มีสามใบ
ฉันจะอัดเก็บเอาไว้ .. ยามหมองเหม่อ
หนึ่งช่วงเวลาที่ดี ในวันที่ได้พบเจอ
ฉันจะยิ้มให้กับเธอ อย่างเช่นเคย ^^
 
 
 
 
 
 
เม็ดทรายที่แสนละเอียด เรียบ เนียน
บ้างอยากเขียนแทนคำที่เอื้อนเอ่ย
รักมากไหม? เอาใจใส่ ใช่ละเลย
ความคุ้นเคย เกินถ้อยเอ่ยเก็บในใจ ..
 
 
 
 
 
อยากนั่งอยู่ตรงนี้ตราบนานแสนนานคนดี
หากสุขกว่านี้คือ มีเธอ อยู่ใกล้ใกล้
เหตุผลนะเหรอ เพราะอยากมีเธอ .. ทำไม?
อาจเพราะอยากเห็นรอยยิ้มใส ในช่วงเวลาสบายๆ สุข .. ความจริง ..
 
 
 
 
เห็นสิ่งใดบ้างนะ .. ผ่านสายตา
การจับภาพดูดีที่ว่า ทำให้ช่วงเวลา "หยุดนิ่ง"
พราวระยิบจากน้ำใสใส ส่งผ่านความรู้สึกมากมายใช่ ติติง
แลคงมีบางสิ่ง .. ที่ฉันอยากสื่อสารมันออกมา 
 
 
 
 
 
อยากเอนกายอยู่ตรงนี้ นอนมองทะเล
เก็บเสียงคลื่นโอละเห่ ที่ส่งมาจากปลายฟ้า
ปล่อยให้ความคิดถึงที่มีอยู่ซึง นำพา
ให้คนที่สอนให้รู้จักกับทะเลได้รู้ว่า "คิดถึง แลรักมาก เพียงไร"
 
 
 
 
 
คิดถึงคนสอนให้รักในทะเล .. โอละเห่ถึงจากไกลแล้ว แต่ยังรัก หมดหัวใจ ..

 

อาจเป็นข้อความบอกเล่า .. อาจเป็นความรู้สึกที่อยากบอกกล่าว ..
ประโยคที่เรียบง่าย .. ความเข้มแข็งในความเศร้า .. ความรัก .. ความงดงาม
ซึ่งบอกเล่าออกมาเพียงข้อความสั้นๆ
...
นู๋ตอบไม่ได้ว่านู๋เข้าใจได้ถูกทั้งหมดรึเปล่า
นู๋ตอบไม่ได้ว่า นู๋จะได้เจอกับสิ่งนี้อีกมั๊ย
แต่ ..
สิ่งที่รับรู้นั่นคือ "ความรัก" ได้อยู่ตรงหน้าแล้ว
...
...
...
จดประโยคนั้นไว้ในใจ ว่าจะไม่มีวันลืม บุคคลที่แสดงให้เห็นว่า "ความรัก เป็นเช่นไร"
.. ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ให้รักโอบกอดไว้ ด้วยดวงใจ แลไออุ่นตลอดกาลนะคะ ..

~ ฉันมาชิง .. ให้เธอช้า ~

posted on 08 Dec 2011 09:13 by mdwitchery
 
 
 
 
ลัดเลาะล่องแล่นไกล                 สู่หนใดนะใจเจ้า
รอนแรมหรือไรเล่า                      ยินหรือเปล่า .. ถ้อยส่งใจ
 
ทางไกลอาจอ้างว้าง                   พอรุ่งสางก็วันใหม่
เอมอิ่ม อุ่นอันใด                         ฤๅ ไฉน ได้เพียงยิน
 
ผาหิน หรือแนวป่า                       งามศรัทธา หรือ บ้าบิ่น
ถ้อยเพียง ดั่งเคียงพิณ                 มิเคยสิ้นกลิ่นไมตรี
 
หอมหวน มวลบุหงา                     จากแนวป่าดั่งสักขี
ร้อยเล่นเช่นยินดี                         ดั่งค่านี้ .. ที่ใจเกลอ
 
หนใดนัยพบเห็น                          ในเชิงเช่น เด่นเสนอ
รักษาตัว นะเออ                           ใช่หมองเหม่อ .. คือรอคอย
 
ม้านั่ง ฟังคำกล่าว                         จากเรื่องราว และคำถ้อย
หวัง - พินิจ - คิด - เพียงปรอย        อย่าล่าถอย .. อยากฟังใจ
 
ดำเนิน เดินโลกกว้าง                    ละอ้างว้าง วางหมองไหม้
หยาดฝนหล่นพรำใด                     ฝากฝังไว้ "ประสบการณ์"
 
แอบอิง - นิ่ง - ชิง - ช้า                   ฤๅ วาจา ว่าวานหวาน
วารแว่วเจื้อยแจ้วจารณ์                   พาพบพาน ใช่ห่างไกล
 
มาชิง ให้เธอช้า                             ลดรอยล้า ลงบ้างไหม
อยู่ตรงนี้ไม่ห่างไกล                        เห็นฉันไหมในใจนั้น
 
สำเนียง ส่งเคียงโสต                     คำครวญโอด ละเถิดขวัญ
ห่มฟ้า ใต้ตะวัน                              หรืออาบจันทร์ ราตรีกาล
 
ลมหนาวคราวผ่านผิว                     ลัดลอยลิ่วปลิวคำหวาน
เก็บไว้ ใช่อันตรธาน                       ลำนำสาน สู่ใจเธอ
 
ฉันมาชิง ให้เธอช้า .. ลดความล้า บ้างนะเออ 

~ นักเดินทาง ~

posted on 04 Dec 2011 03:20 by mdwitchery
 
 
 
 
"นักเดินทาง" 
 
... บนเส้นทางที่เธอกำลังเดิน .. มักมีคนเดินผ่านมาแล้วทั้งนั้น ..
เธอกำลังค้นหาในสิ่งใหม่ หรือ ความแปลกใหม่จากเรื่องราวในวานวัน 
 
...
 
 
 
 
 
 
... คืนวันที่พ้นผ่านมา ไม่เคยโหดร้าย หากทว่า .. หัวใจไม่ยอมจำนน 
หลากหลายเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา บางเรื่องราวฉันไม่ได้ต้องการเหตุผล ..
ฉันแค่นิ่ง - เงียบเพื่อมองดูความเป็นไป 
 
...
 
 
 
 
 
เพราะบางครั้ง ..
 
ความเป็นไปกลับตอบอะไรๆได้ดีกว่า นอกเหนือจากสิ่งที่เห็น
... หรือนั่นอาจจะคือ ..ในสิ่งที่เป็น 
 
...
 
 
 
 
หากเธอจะตอบโจทย์แห่งความสบายได้ดี ..
นั่นอาจจะเป็นพราะเธอเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก หรือเหนื่อยล้ามาบ้างแล้ว
...
 
นั่นอาจจะเป็นเพราะเธออาจจะได้พบเจอกับช่วงเวลาของความรู้สึกอันย่ำแย่ หรือ เลวร้าย
แต่อย่าบอกเลยว่าช่วงเวลาเหล่านั้น นั่นคือที่สุด เพราะ นั่นอาจจะใช่ หรือ ไม่ใช่ที่สุดก็ได้
นั่นอาจจะเพียงแค่เคยเกิด หรือ ไม่เคยเกิดขึ้น .. เคยพบเจอ หรือ ไม่เคยพบเจอ
 
...
...
 
แล้วถ้าเธอจะตอบโจทย์แห่ง ความดีงามล่ะ ???
 
 
 
 
รวงข้าว หรือ ดอกหญ้าดอกเล็กๆ .. นับเป็นความดีงามได้ไหม? ฉันถาม
หากเวลานี้ฉันกำลังมอง .. มองด้วยคิด พินิจตาม
เธอว่าความดีงาม .. นับ หรือ วัดด้วยสิ่งใด 
 
...
 
 
 
 
 
สำหรับเธอนักเดินทางทุกย่างก้าว
ด้วยสองเท้าที่ก้าวหน้าท้าหวั่นไหว
ประสบการณ์จะสอนเธอให้ก้าวไกล
ดีใช่ไหม ที่ได้เห็นเช่นสองตา ..
 
...
 
หากเธอจะค้นหาความหมายของชีวิต เธออาจจะต้องใช้ทั้งหมดของชีวิต
นอกเหนือจากสิ่งนั้น นั่นคือคำว่า "เพียงพอ"
 
 
** ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตค่ะ **
 
 

~ ฝากความคิดถึง ~

posted on 08 Nov 2011 05:33 by mdwitchery
 
 
 
ฝากความคิดถึงไปกับสายลมอุ่น
เติมความละมุนหากแม้คืนวันจะเหน็บหนาว
รุ่งเช้าอีกคราครั้ง ฉันก็ยังนั่งมองดาว
และทุกครั้งคราว ฉันก็ยังคิดถึงเธอ
...
มองออกไปนอกหน้าต่าง
ไอบางๆ จากหมอกควันมีอยู่เสมอ
เมื่อไหร่นะ ที่เรานั้นจะได้พบเจอ
อยากบอกนะเออ ว่าคิดถึงเธอจัง
...
เมื่อทุกวัน ฉันเจอเรื่องราวมากมาย
ทั้งความเหนื่อยหน่าย กลับยิ้มได้จนกระทั่ง
เพราะรู้ว่าเธอ ยังคงอยู่ยัง
อาจเป็นเพราะความหวัง ทำให้เติมเต็ม
...
ฝากความรัก และคิดถึงเหมือนอย่างเคย
ในความเฉย ใช่ละเลยในความเข้ม
ในอักษร บทกลอนไม่เคยหรอกที่เลาะเล็ม
แต่ฉันจะเติมเต็มทั้งหมด ให้หัวใจ
...
เหน็ดเหนื่อย พักบ้างนะ คนดี
เพราะทุกวินาที เธอจะมีฉันอยู่ใกล้ใกล้
จำฉันได้รึเปล่า ในวันเหงาเธอนั้นยังคงคิดถึงใคร
ยังเป็นฉันอยู่ใช่มั๊ย .. ใช่หรือไม่ใช่ ... ??? ...

~กล่อม~

posted on 31 Oct 2010 03:54 by mdwitchery

 

 

ระยิบพราววาววับประดับฟ้า

พร่างนภาลอยเด่นเล่นลมหนาว

วะวิบวับประกายรับประดับพราว

ดั่งดูดาวเดือนเด่นเห็นงามตา

 

จอมขวัญข้า นะคนดีจงมีสุข

ไร้ซึ่งทุกข์ฝากวจีที่ด่ำค่า

ดาวแห่งใจจะสดใสแลโสภา

เพ็ญนภาจะร่ำหาใช่ดาวราย

 

อย่าเพียงหน่ายปรายฤดีวจีเถิด

ให้พริ้งเพริศในคืนนี้มิมีหน่าย

แห่งอ้อมกอดจะพลอดรักมิพักวาย

เช้าบ่ายสาย แห่งห้วงใจในคำนึง

 

เพียงนึกถึงก็ซึ้งพอพะนอรัก

นอนหนุนตักจะโอบเจ้าเฝ้าฝันถึง

บทเพลงกล่อมจะหวิวไหวในคำนึง

แลใจหนึ่งคงคิดถึงเพียงผู้เดียว

~ เรือกระดาษ ~

posted on 29 Sep 2010 02:46 by mdwitchery

 

เรือกระดาษ
 
หยิบกระดาษมาพับเป็นเรือน้อย
บรรจงค่อยแล้ววางไปในอ่างน้ำ
ด้วยความคิดในวัยเด็กช่างงดงาม
และติดตามความฝันอยู่ร่ำไป
เรือน้อยในอ่างน้ำยามล่องเล่น
ยังมองเห็นถึงวันที่สดใส
ฝึกทักษะ ด้วยวาระตามวันวัย
ประสานใจใส่เจ้าเรือ เอื้อตราบนาน
วันผันผ่าน ล่องลอย แลเที่ยวเล่น
จนจัดเจนปล่อยเรือล่องท่องละหาน
ลองวางเรือเจ้าไหวในลำธาร
งามตระการเมื่อไม้ดอกล่วงหล่นมา
เจ้าเรืองาม จากกระดาษ .. ใบน้อย
ฝากเจ้าลอยล่องใจไปแทนค่า
ฝากเจ้าเที่ยวท่องไหวในพนา
ฝากเริงร่าท้าลมร้อนอ้อนกิ่งใบ
มีรอยยิ้มฝากสายใยในประดับ
ให้สมกับจินตนาการวันหวานไหว
ยามเรือน้อยเจ้าลอยล่องท่องเที่ยวไป
ฝากยิ้มให้รายรอบทางข้างแดนดิน
 
ฝากทักทายโขดหินด้วยนะเจ้า
บอกว่าเราอยากเยี่ยมเยียนมิเผียนผิน
ฝากทักทายสายลมห่มไอดิน
ว่าไม่สิ้นความรักตระหนักใจ
ฝากยิ้มให้ทักทายเจ้าพระจันทร์
กับคืนวันที่เปี่ยมยิ้มอิ่มสดใส
ทักน้ำค้างยามสล้างพร่างกิ่งใบ
ที่ฝันใฝ่ร้อยเล่นในจินตนา
ฝากทักทายปรายตะวันในยามเช้า
อุ่นกับเงาของเจ้าเป็นหนักหนา
เรือกระดาษที่เปี่ยมรักอักษรา
ฝากฟันฝ่า .. ท่องฝันวันสุขใจ


~ทะเลสีดำ~

posted on 18 Sep 2010 02:18 by mdwitchery

 

 

มองออกไปให้สุดตาขอบฟ้ากว้าง

ไอเลือนรางจากน้ำค้างพรางตาฉัน

แสงระยิบพริบของน้ำกับเงาจันทร์

คือโลกแห่ง ความฝัน หรือ ความจริง

 

ไม่เคยนิ่งเพราะทะเลไม่เคยหลับ

ช่างสมกับ “ชีวิต” ในทุกสิ่ง

เงาแห่งโลก แห่งชีวิตได้แอบอิง

ศูนย์รวมแห่งสรรพสิ่งจริงดั่งตา

 

ระยะทางกับความห่างนั้นเพียงไหน

ระยะทางของหัวใจสิใกล้กว่า

หากยังเก็บทุกอย่างไว้ในเวลา

คงเป็นเพราะคำว่า “ค่า” ช่างมากมาย

 

น้ำเคยหน่ายฟากฟ้าไหม .. สักครั้ง?

หรือคอยช่วยเติมพลัง ยามใจหาย

หรือว่ามองด้วยสายตาที่เปล่าดาย

หรือว่าเปี่ยมด้วยความหมายในความคิด

 

สิ่งที่มองเบื้องหน้านั้นคือสิ่งใด

เจ้าเติมใจข้าได้ไหมในดวงจิต

สำหรับข้าเบื้องหน้าคือชีวิต

นิรมิตใช่แค่เพียงจินตนา

 

ยามอุษา ร่วงโรยระโหยแรง

ฝากความอุ่นที่ฝังแฝง สิเน่หา

เมื่อครอบครัวกลับพร้อมพรัก – รัก – ปรีดา

งามแห่งค่าจึงมากกว่าหาสิ่งใด

 

เจ้าห่างกันเพียงไหน ฟ้า กับ น้ำ

หนึ่งคำถาม “รู้ค่ากัน” นั้นบ้างไหม

รู้ความสุขยามใกล้กันในหัวใจ

หารู้ใช่ ระยะทางห่างไกลกัน

 

จ้องมองไปเบื้องหน้าแห่งฟ้ากว้าง

ระยะทาง จึงเต็มเปี่ยมด้วยรอยฝัน

สะท้อนน้ำคือเงาสพพบดวงจันทร์

ค่าอนันต์ ฉันจึงเก็บไว้ที่ใจ

 

ความมืดมิด ให้อะไรแก่ใจฉัน

ให้มี “กันและกัน” วันหวั่นไหว

ทอสลักอักษร พรอันใด

ปล่อยให้ใจเผลอพลิ้วไหว .. ใช่เพียงลม

 

มองออกไปให้สุดตาขอบฟ้ากว้าง

ระยะทางกับความห่างนั้นเพียงไหน

สิ่งที่มองเบื้องหน้านั้นคือสิ่งใด

เจ้าห่างกันเพียงไหน ฟ้า กับ น้ำ

หอมกลิ่นฝน ..

posted on 11 Mar 2010 03:01 by mdwitchery

 

 

หอมกลิ่นฝน มาดลใจให้สดชื่น

ยามเมื่อตื่นจากนิทราเมื่อฟ้าสาง

ไอสีขาวจับเทือกเขามีหมอกจาง

ไอเบาบาง .. จากน้ำค้างชโลมใจ


หวิวไหวปรายไอผ่านม่านโศก

ลืมโลก .. ทิ้งร้าว-เศร้า-สั่นไหว

มุ่งหน้า .. สู่หนทางอันแสนไกล

วางใจ .. ฝากไว้กับดวงดาว


น้ำค้างพราวพร้อมไอหนาวจากปรอยฝน

ร้อยจงดล .. นิมิตใจฝ่าไอหนาว

แม้สั่นไหว .. ท่ามกลางลม .. อีกคราว

ฝากดวงดาวโอบให้อุ่นด้วยหัวใจ


วันไหวจักก้าวผ่านเพลานี้

สิ่งดีดีคงคู่ใจประดับไว้

ด้วยสมดุล แห่งไออุ่นใจสู่ใจ

ฝ่าโภยภัยจากไอหนาว .. ร้าว .. สั่นคลาย


ปรายตามองดูหยดน้ำ “น้ำฝน”

ชะรอยหล่นร่วงลงดินให้สิ้นหาย

หยดน้ำน้อยจงสร้างสรรค์ .. ใช่ทำลาย

อย่ารู้หน่ายคลายจากจิต .. คิดคลางใจ

 

 

สำหรับใครบางคนที่ร้องไห้ด้วยน้ำตา

มองดูคล้ายหยาดฝนที่รินรดมาเป็นสาย

น้ำตาที่ไหลอาบแก้มเพื่อระบาย

ความทุกข์ หรือ สุขมากมายที่เก็บอยู่ในหัวใจ

 

สำหรับฉันร้องไห้เป็นเสียงหัวเราะ

ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ามันไพเราะ หรือเพียงเพราะฉันอยากร้องไห้

เศร้าจนน้ำตาไม่เหลือ มาจุนเจือเผื่อไว้ซึ่งการระบาย

น้ำตาบางใครรินหลั่นเป็นสาย แต่ฉันกลับหัวเราะด้วยความสะใจให้กับหัวใจ ตัวเอง

 

ในวันที่โลกเหงา แสนเศร้า

แต่ในความเป็นเรา จึงบอกใจเอาไว้ว่าเราเก่ง

ในความเงียบเหงาว่างเปล่า ในคืนหนาวแห่งวังเวง

เสียงแห่งการสั่งสอนว่าให้เก่ง ยังก้องโสตนัยให้ได้ยิน

 

ไหลรินล่วงหล่นเถิด .. น้ำตา

ขับกล่อมรินรดห้วงอุรา ลบรอยร้าวที่เกิดขึ้นมาเพียงหัวใจให้สิ้น

เสียงแห่งการหัวเราะที่ก้องอยู่ในโสตดั่งคำครวญโอดที่ได้ยลยิน

มันกลับอวลไปด้วยกลิ่น .. ว่าหัวใจดวงนี้มันแสนเศร้า ร้าวฤทัย

 

อยากร้องไห้ให้หัวใจที่แสนดี

เผื่อว่าวันพรุ่งนี้สิ่งดีดีจะเกิดแล้ว เพื่อเริ่ม .. เริ่มวันใหม่

น้ำตาฉันไหลเป็นเสียงหัวเราะเพราะว่าเศร้าเหงาจับใจ

อยากร้องไห้ .. ขอร้องไห้ได้ไหม ให้หัวใจที่แสนเศร้า ปวดร้าวเหลือเกิน